Masimo มุ่งมั่นที่จะนำเสนอข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง แต่ทว่า Nellcor ยังคงคอยนำเสนอข้อความเท็จที่สามารถหลอกหลวงบุคคลากรด้านสุขภาพอนามัยหลายๆ คน ในขณะที่ Masimo มุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ปัญหาการประโคมข้อความเท็จที่เพิ่มมากขึ้น—จากการปล่อยข่าวโคมลอยของผู้บริหาร Nellcor’ ที่ทาง Nellcor เห็นว่าเป็นการทำการตลาดที่มีประสิทธิภาพ— บีบบังคับให้ทางเราต้องออกมาแถลง “ความเชื่อของ Nellcor” เพื่อเป็นการตอบสนองต่อแผนงานของเราในการที่จะพัฒนาการดูแลผู้ป่วย พร้อมลดราคาค่ารักษาพยาบาล โดยใ้ช้วิธีการตรวจสอบที่ปลอดภัยผ่านการทำงานของเว็บไซต์และแอพพลิเคชันใหม่
|
NELLCOR
ความเชื่อ |
ความจริง |
Nellcor มีประสิทธิภาพในการทำงานเท่าเทียมกับ Masimo ในขณะที่ผู้ป่วยเคลื่อนไหวและมีค่าเปลี่ยนแปลงที่ต่ำ |
- จากกรณีศึกษากว่า 86 ราย สรุปได้ว่า Masimo มีประสิทธิภาำพการทำงานที่ดีกว่า Nellcor ในระหว่างการเคลื่อนที่ของผู้ป่วย และสภาพเปลี่ยนแปลงที่ต่ำ
- จากการค้นคว้าของ Masimo’ไม่มีการศึกษาใดๆ บ่งชี้ว่า เทคโนโลยีของ Nellcor ดีกว่าเทคโนโลยีของ Masimo
- ความเหนือชั้นของ Masimo เห็นได้ชัดเจนจากการสาธิตเปรียบเทียบต่างๆ Masimo เปิดกว้างให้มีการพิสูจน์ทางการแพทย์ระหว่างเทคโนโลยีของเรากับคู่แข่งอื่นๆ ที่ให้บริการเืทคโนโลยีการวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (OximetryTechnology) แต่เท่าที่ทาง Masimo ทราบมา ทาง Nellcor พยายามหลีกเลี่ยงการพิสูจน์ทางการแพทย์กับคู่แข่งอื่นๆ โดยเฉพาะวิธีการตรวจสอบที่ใช้ระบบการเก็บข้อมูลอัตโนมัติที่เป็นกลาง
- Masimo ให้วงเงินประกันสมรรถนะที่เหนือกว่ากับโีรงพยาบาลต่างๆ ว่าเืครื่องตรวจสอบระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (Pulse Oximeters) ของ Masimo มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีกว่าทาง Nellcor โดยเฉพาะกับผู้ป่วยที่มีอาการหนัก ไม่นานมานี้ Masimo ได้เพิ่มวงเงินประกันขึ้นเป็น
1 ล้านเหรียญสหรัฐ
|
| |
|
NELLCOR
ความเชื่อ |
ความจริง |
เครื่อง SET ของ Masimo ยังคงสามารถทำงานกับผู้ป่วย แม้ว่าจะไม่มีการเต้นของชีพจรก็ตาม |
- ความสามารถของเครื่อง SET ของ Masimo ที่สามารถตรวจสอบการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยและที่มีค่าการเปลี่ยนแปลงที่ต่ำไม่ได้เปลี่ยนค่าพื้นฐานของการวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด ที่ต้องตรวจระดับการสูบฉีดของเลือดตามคำนิยาม
- เืทคโนโลยีของ Masimo สามารถทำงานได้ดีในสภาพที่มีค่า การเปลี่ยนแปลงที่ต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับเทคโนโลยีการวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีของ Nellcor ด้วย
|
| |
|
NELLCOR
ความเชื่อ |
ความจริง |
วีีดีทัศน์ของ Nellcor แสดงให้เห็นว่า Masimo ยังคงทำงาน ในขณะที่เครื่องห้ามเลือดกระเพาะคู่ (Dual bladder tourniquet) อ่านค่าได้ต่ำกว่า 250 mmHg Nellcor ยืนยันว่า สิ่งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการทำงานของเครื่องของ Masimo ยังคงทำงานแม้จะไม่มีการเต้นของชีพจร |
- "การทดลอง” ของ Nellcar เป็นการแสดงที่ผิดในสภาวะทีไม่มีชีพจร ซึ่งแสดงถึงตัวอย่างของการทำงาน Masimo ที่ยังคงทำงานระหว่างการตรวจความดันเลือด ในขณะที่เครื่องของ Nellcor ไม่สามารถทำงานได้
- ระหว่างขั้นตอนที่ไม่มีการเต้นของชีพจรที่แท้จริงนั้น เครื่องของ Masimo ก็ไม่สามารถที่จะอ่านค่าได้ เพราะว่าเทคโนโลยีของ Masimo ต้องอาศัยสัญญาณการเต้นของชีพจร
- จากการศึกษาของ Masimo พบว่าในระหว่างการตรวจความดันเลือดจะกักการเคลื่อนตัวของเลือดไม่ให้ไปที่ตำแหน่งเซ็นเซอร์มากกว่า 80 % เครื่องตรวจจับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดของทั้ง Nellcor และ Masimo ไม่สามารถวัดค่าได้อย่างเสถียรเนื่องจากตัวแปรของร่างกายหลายๆ อย่าง ในขณะมีการตรวจความดันเลือด
- จริงๆ แล้ว หาก Masimo ต้องการที่จะแสดงวีดิทัศน์สาธิตการทำงานของ Nellcor ขณะที่ตรวจความดันเลือด ซึ่ง Masimo ไม่สามารถทำได้ Masimo สามารถทำได้อย่างง่ายๆ แต่ก็จะเป็นการให้ข้อมูลที่ผิดอีก
- หลังจาก Nellcor ได้ปล่อยวีดีโอตัวนี้ออกมา ประธานกรรมการบริหารของ Masimo คือนาย Joe Kiani ได้โทรศัพท์ติดต่อประธานกรรมการบริหารของบริษัท Covidien ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Nellcor ชี้แจงให้นาย Meelia ว่าวีดีทัศน์ที่ปล่อยออกไปนั้นเป็นสิ่งหลอกลวง และได้ขอให้หยุดเล่นวีดีทัศน์นั้น แต่ว่านาย Meelia ปฏิเสธที่จะทำตาม โดยให้เหตุผลว่าเขาเชื่อว่าข้อมูลที่ทีมบริหารจัดการของเขาเป็นสิ่งถูกต้อง นาย Kiani จึงได้ขอนัดพบนาย Meelia พร้อมกับแพทย์ วิศวกร และ พนักงานด้านกฎหมายที่นาย Meelia ต้องการที่จะนำมา เพื่อทดสอบว่าการทดลองนั้นและพิสูจน์ว่าข้อความในวีดีทัศน์เป็นความจริง แต่นาย Meelia ก็ยังคงปฏิเสธไม่เปิดการประชุม
|
| >กลับไปข้างบน |
|
NELLCOR
ความเชื่อ |
ความจริง |
จากการศึกษาของ Massachusetts General Hospital (MGH) ที่ตีพิมพ์ในวารสารAnesthesiology ที่เกี่ยวกับสัญญาณชีพจรของ Masimo (SmarTone) เป็นเครื่องพิสูจน์อีกอย่างหนึ่งว่า Masimo สามารถอ่านได้แม้จะไม่มีการเต้นของชีพจร |
- ไม่มีการศึกษาก่อนหน้านี้ แต่มีจดหมายถึงบอกอ
- ว่าเทคโนโลยีตรวจจับสัญญาณชีพจรต่างๆ ของ Masimo (ที่รวมไปถึง SmarTone) สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาอัตราชีพจรและการคำนวณจากการกักออกซิเจน
- SmarTone ใช้เทคโนโลยีการจัดการสัญญาณชั้นสูงของ Masimo ในการรักษาสัญญาณการกักออกซิเจนด้วยเคลื่อนเสียงแปรผัน แม้จะอยู่ในสภาพที่มีสัญญาณต่ำไปถึงสภาพที่มีการเสียงรบกวน อย่างเช่น ภาพจากการเคลื่อนไหว เมื่อช่องว่างของสัญญาณที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับการสถานการณ์ของร่างกายที่แท้จริง อาจก่อให้ข้อผิดพลาดในขั้นตอนการแพทย์ หรือก่อให้เกิดการตอบสนองภายในต่อสภาพที่เปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา การทำงานล่าช้า 8 วินาทีในเครื่อง SmarTone หมายความว่าสัญญาณชีพจรยังคงทำงานต่อไปอีก 8 วินาทีหลังจากที่ชีพจรหยุดเต้น และการอ่านค่าอัตราชีพจรและ SpO2 บนอุปกรณ์ของ Masimo กลายเป็นศูนย์.
- เมื่อเจ้าหน้าที่ตั้งคำถามว่า ทำไมเขาถึงไม่ตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนด้วยอุปกรณ์ “Normal Tone” ของ Masimo ซึ่ง Masimo ได้ให้เขาไว้ใช้เจ้าหน้าที่วิศวกรชีวการแพทย์ ผู้ที่เขียนจดหมายคนแรก กล่าวว่าสถานะการแพทย์ในตอนนั้นเป็นสถานะที่แปลกมากจนที่เขาไม่อาจสังเกตเห็นได้ ผู้ที่เขียนจดหมายอีกคนหนึ่งบอกว่า การศึกษาเพื่อประเมินพฤติกรรมนั้นไม่มีประโยชน์ในทางปฏิบัติ
- Massachusetts General Hospital ยังคงใช้เทคโนโลยีการตรวจวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดของ Masimo รวมไปถึง Brigham Woman และโรงพยาบาลอื่นๆ ที่อยู่ในเครือของ Partners HealthCare
|
| >กลับไปข้างบน¹ |
|
NELLCOR
ความเชื่อ |
ความจริง |
การเรียกร้องสิทธิ์ต่อการละเมิดสิทธิบัตรของ Masimo โดยไม่มีความเมตตา
|
- Nellcor แพ้คดีการละเมิดสิทธิบัตร และได้ทำการจ่ายค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 265 ล้านเหรียญให้ Masimo หลังจากศาลตัดสินว่า Nellcor ได้ละเมิดการใช้เทคโนโลยีของ Masimo อย่าง N-395 N-550 และ N-595
- ศาลอุทธรณ์กลางในกรุงวอชิงตัน ดีซี เห็นชอบกับการตรวจสอบ
- วิศวกรของ Nellcor ถูกตรวจสอบว่า มีการครอบครองเอกสารลับสุดยอดทางการออกแบบของ Masimo
- ซึ่งวิศวกรคนนั้น ได้ถูกสั่งให้ ”คัดลอก” รหัสคอมพิวเตอร์ให้เหมือนกับที่จดไว้ในสิทธิบัตรของ Masimo
- ถึงแม้ว่า Nellcor ได้ฟ้อง Masimo กลับในข้อหาละเมิดสิทธิบัตรของ Nellcor กว่า 10 รายการ แต่ทว่าไม่มีการตรวจพบว่า Masimo ได้ละเมิดสิทธิบัตร ใดๆ ของ Nellcor
|
| >กลับไปข้างบน |
|
NELLCOR
ความเชื่อ |
ความจริง |
เครื่อง Nellcor รุ่น N-600 และ N-600x มีประสิทธิภาพในการทำงานเท่าเทียมหรือดีกว่าผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนๆ ที่ละเมิดสิทธิบัตรของ Masimo |
- หลังจากที่แพ้คดีความในครั้งนั้น Nellcor ถูกคำสั่งศาลให้หยุดการผลิต N-395 และ N-595
- จากการหยุดผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีการละเมิดสิทธิบัตรดังกล่าว Nellcor ได้ประกาศการออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่ชื่อ N-600 ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวการขึ้นศาลครั้งนั้น Nellcor ไม่บรรจุฟิลเตอร์ปรับค่า หรืออัลกอริธึมขนาน ที่ใช้วัดความอิ่มตัวไปกับ N-600 ที่เป็นตัวสนับสนุนที่สำคัญที่นำไปสู่ประสิทธิภาพที่ไม่ทัดเทียมกับเครื่อง SET และ เครื่องตรวจความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด Rainbow SET ของ Masimo
- ถึงแม้ว่า Massimo ยังคงเชื่อว่า N-600 ละเมิดสิทธิบัตรของเขา แต่หลักจากการทดสอบเครื่อง N-600 ที่ได้จาก Nellcor แล้ว Masimo ยอมถอนคดีไม่ฟ้องร้องผลิตภัณฑ์ N-600 โดยแลกเปลี่ยนกับการจ่ายค่ารอแยลตี้อย่างต่อเนื่องจาก Nellcor แต่ทว่า ถ้า Nellcor คิดจะพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของ N-600 แล้วละก็ ผลิตภัณฑ์ใหม่นั้นอาจจะไม่ได้รับการคุ้มครองจากข้อตกลงนั้น
- Nellcor ทำการเปลี่ยนข้อความสำคัญของสำนักงานอาหารและยา (FDA) และวิธีการใช้สำหรับ
N-600 และ N-600x
- ข้อความสำคัญของ FDA และวิธีการใช้ของ N-595 ระบุว่าอุปกรณ์นี้ใช้เฉพาะ “ระหว่างสภาพที่มีการเคลื่อนไหวและไม่มีการเคลื่อนไหว” สำหรับ N-600 และ N-600x รุ่นใหม่ ข้อความการใช้เจาะจงไม่ได้ระบุข้อความสำหรับการใช้
- ในขณะที่คู่มือการใช้งานของ N-395 และ N-595 ไม่ได้ระบุถึงข้อความดังกล่าว คู่มือการใช้ N-600x ของ Nellcor ระบุว่าสามารถใช้ได้กับอัตราชีพจร “ปกติ” ที่ 50 วินาที และ SpO "ปกติ" ที่ 40 วินาที2 ระหว่างการเคลื่อนที่
- เมื่อเร็วๆ นี้ Nellcor เปิดตัว N-600x แต่ว่า เว็บไซต์ของ Nellcor แถลงว่า "เครื่องวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด OxiMax N-600 มีเทคโนโลยีการจัดการสัญญาณที่เหมือนกับ OxiMax N-600.”
- การศึกษาอิสระแสดงว่าผลิตภัณฑ์ของ Nellcor ที่ผลิตหลักจากคดียุติแล้วมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ต่ำกว่าผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนหน้านี้.
- ความเหนือชั้นกว่าของ Masimo SET เมื่อเทียบกับ N-600 และ N-600x ของ Nellcor เห็นได้ชัดจากการสาธิตและการตรวจสอบทางการแพทย์ทีละขั้นตอน
|
| >กลับไปข้างบน |
|
NELLCOR
ความเชื่อ |
ความจริง |
เทคโนโลยีของ Masimo เป็นกลลวง |
- ในขณะที่มีการป่าวประกาศอย่างแพร่หลายว่า เทคโนโลยีของ Masimo เป็นกลลวง Nellcor ลึกๆ รู้ถึงความสำเร็จของเทคโนโลยีของ Masimo ระบุว่า Masimo ได้ทำ "ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สำคัญ"
- Masimo เป็นบริษัทเพียงบริษัทเดียวที่ได้รับการรับรอง 510(k) จาก FDA:
- สำหรับความแม่นยำในการวัดค่า SpO2 และอัตราชีพจรระหว่างการเคลื่อนไหว
- สำหรับความแม่นยำในการวัดค่า SpO2 และอัตราชีพจรระหว่างการเปลี่ยนแปลงที่ต่ำ
- สำหรับความแม่นยำในการวัดค่า SpO2 และอัตราชีพจรในทารกที่ป่วยเป็นโรคตัวเขียว
- carboxyhemoglobin ที่ไม่เป็นอันตรายและต่อเนื่อง (SpCO®)
- methemoglobin ที่ไม่อันตรายและต่อเนื่อง (SpMet®)
- ดัชนีตัวแปรของ pleth(PVI™) ที่ไม่อันตรายและต่อเนื่อง
- hemoglobin ทั้งหมดที่ไม่เป็นอันตรายและต่อเนื่อง (SpHb™)
- ระดับออกซิเจนที่ไม่อันตรายและต่อเนื่อง (SpOC™)
|
| >กลับไปข้างบน |
|
NELLCOR
ความเชื่อ |
ความจริง |
Nellcor เป็นผู้คิดค้นการวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด |
- Nihon Kohden คิดค้นการวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดในปี พ.ศ. 2515
- เครื่องวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดสำหรับการค้าขายเครื่องแรกออกวางจำหน่ายในอเมริกาในปี พ.ศ. 2524 โดย Biox
- Nellcor ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2524 และไม่ได้นำเครื่องวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดสู่ตลาดจนกระทั่งปี พ.ศ. 2526 ซึ่งเป็นเวลาหลังจากมีการคิดค้นการวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดนานถึง11 ปี และยังช้ากว่าการขายเทคโนโลยีนี้อีก2 ปี
|
| >กลับไปข้างบน |
|
NELLCOR
ความเชื่อ |
ความจริง |
Nellcor ใช้การคำนวณแบบใช้อัตราการเต้นของหัวใจ ในขณะที่ Masimo ใช้การคำนวณแบบใช้การเก็บออกซิเจนในการหาอัตราชีพจรและอัตราการเก็บออกซิเจน |
- ไม่มีการคำนวณความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดแบบใช้อัตราการเต้นของหัวใจ เนื่องจากคำนิยามของการวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดนั้นใช้การวิเคราะห์ ชีพจร ผ่านรูปแบบคลื่นแบบรูปร่างคลื่นการไหลเวียนโลหิต (pleth) ที่มาจากการวัดหลอดเลือดส่วนปลาย คำอธิบายวิธีการแบบ "จับรอบการเต้นของหัวใจ” ของ Nellcor ชี้แจงชัดเจนว่าพวกตนใช้ชีพจรรูปแบบคลื่นในการคำนวณ
- เครื่องกลขนานที่จดสิทธิบัตรของ Masimo ใช้การคำนวณหลายเท่าตัว—ซึ่งรวมไปถึงชีพจร และ การคำนวณแบบการวัดค่าการเก็บออกซิเจน— เพื่อให้ค่า SpO2 และอัตราชีพจรที่แม่นยำที่สุดในโลก ในทางกลับกัน Nellcor ใช้การคำนวณแบบจับชีพจรเพียงอย่างเดียว
##########
|
| >กลับไปข้างบน |
|
NELLCOR
ความเชื่อ |
ความจริง |
Masimo มีความโดดเด่นในการอ่านค่าในบางสถานการณ์ที่ผู้ป่วยไม่มีโพรบ |
- เซนเซอร์ทุกตัวต้องเปิดอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อที่เครื่องตรวจจับและสร้างภาพจะไม่ทำงานขัดกัน (เช่น Masimo LNCS ADT และ Nellcor Oximax A) เพื่อการวัดอย่างต่อเนื่องในสถานการณ์ที่ไม่มีโพรบ
- โหมด Adaptive Probe Off Detection (APOD™) ของ Masimo มีความสามารถการตรวจจับการไม่มีโพรบที่ดีที่สุดของเครื่องวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด
|
| >กลับไปข้างบน |
|
NELLCOR
ความเชื่อ |
ความจริง |
เครื่อง N-600x ของ Nellcor มีความแม่นยำบนทารกที่มีปัญหาตัวเขียวถึงกว่า 60 % ถึง100 % โดยมีค่าความเคลื่อนบวกลบเพียง 3 % |
- เอกสารของ Nellcor ที่ทำออกมาแสดงข้อพิสูจน์ทางการแพทย์ในการอ้างอิงการอัตราการเก็บออกซิเจนที่ต่ำที่ทดสอบกับผู้ใหญ่ที่สุขภาพดี หาใช่ผู้ป่วยที่ตัวเขียวไม่ (ไม่ว่าจะเป็นทารก หรือผู้ใหญ่)
- จริงแล้ว การศึกษาอิสระเกี่ยวกับทารกที่ป่วยเป็นโรคตัวเขียว แสดงว่า เครื่องของ Masimo ที่มีเซ็นเซอร์สีน้ำเงินเท่านั้นที่ทำงานเที่ยงตรงและตรงตามคุณสมบัติความเที่ยงตรงในผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้
- การศึกษาอิสระแสดงว่า การทำงานในสภาพการเก็บออกซิเจนที่ต่ำจริงๆ ของ Nellcor ไม่ได้ตรงกับคุณสมบัติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทารกที่ป่วยเป็นโรคตัวเขียวที่ตีพิมพ์เลย
- Masimo เป็นเพียงบริษัทเดียวเท่านั้นที่ได้รับการรับรองจาก FDA ในความเที่ยงตรงในการวัดค่าของทารกที่ป่วยเป็นโรคตัวเขียว
|
| >กลับไปข้างบน |
|
NELLCOR
ความเชื่อ |
ความจริง |
เซ็นเซอร์หน้าผากแบบใหม่ของ Nellcor’เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด |
- เทคโนโลยีเซ็นเซอร์หน้าผากมีมาตั้งแต่สมัยปลายทศวรรษที่ 1980 แต่ไม่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการแพทย์ เนื่องจากความไม่เที่ยงตรงกับผู้ป่วยที่เฉื่อยชา หรืออยู่ในท่านอนตะแคงด้านซ้ายหัวต่ำเท้าสูง ในท่านี้ การสูบฉีดเลือดดำจะทำให้การวัดค่าคลาดเคลื่อน
- Masimo เองก็มีเซ็นเซอร์ที่หน้าผาก ซึ่งจากการศึกษาอิสระแล้วก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่เหนือกว่าของเซ็นเซอร์หน้าผาก MaxFast ของ Nellcor อย่างไรก็ตาม Masimo ไม่ได้ทำการโฆษณามากมาย เนื่องจากข้อจำกัดในการวัดค่าบริเวณหน้าผาก
|
| >กลับไปข้างบน |
|
NELLCOR
ความเชื่อ |
ความจริง |
เทคนิคการจัดการระบบเตือนภัยของ Nellcor’มีประสิทธิภาพสูงในการช่วยลดการเตือนภัยหลอกในตัวผู้ป่วย โดยไม่ทำให้เกิดการแทรกแซงทางการแพทย์ที่ล่าช้า
|
- เครื่อง N-600x ของ Nellcor ใช้การทำงานร่วมกันระหว่าง เวลาเฉลี่ยที่ขยายตัวขึ้น (มากถึง50 วินาทีสำหรับ“ค่าเฉลี่ย” ของอัตราชีพจร และมากถึง40 วินาทีสำหรับ"ค่าเฉลี่ย" ของ SpO2 ระหว่างการเคลื่อนที่และโปรแกรมระงับการเตือนภัย (SatSeconds) ที่ผ่านการรับรองการแพทย์ ในการจัดการการเตือนภัยหลอก
- จากการริเริ่มนำ SatSeconds มาใช้ใน N-395 (ซึ่งทำงานได้ดีมากขึ้นกว่ารุ่น N-600 ระหว่างการเคลื่อนที่ในการจัดการการเตือนภัยหลอก) Nellcor อ้างว่าสามารถลด “การเตือนภัยหลอก” ได้กว่า 89 % แต่ในทางกลับกัน Masimo สามารถจัดการการลดการเตือนภัยหลอกได้มากกว่าถึง93 % โดยไมใช่ SatSeconds หรือ การเฉลี่ยเวลาที่มากขึ้น
- SatSeconds ป้องกันอุปกรณ์ของ Nellcor จากการเตือนภัยทางเสียงมากถึง 100 วินาที.หลังจากที่มีการปุ่มเตือนภัยทำงาน ถึงแม้ว่าเครื่องมือนี้จะช่วยลดปัญหาการเตือนภัยหลอก แต่ก็อาจทำให้แพทย์ไม่ได้รับการเตือนภัย หากมีเหตุภัยเิกิดขึ้นจริงๆ
- ในขณะที่ Nellcor วางแผนการตลาดให้ SatSeconds ใช้ได้สำหรับผู้ป่วยทุกราย ที่รวมไปถึงทารกแรกเกิด แต่ในจดหมายที่เขียนถึงวุฒิสภาสหรัฐ ปฏิเสธการให้การของกุมารแพทย์’ ในการรับฟังความคิดเห็นของวุฒิสภา โดย Nellcor กล่าวว่า SatSeonds ไม่ควรใช้ในทารกแรกเกิด
- ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 Nellcor ออกมากล่าวโจมตีผลิตภัณฑ์คู่แข่ง (Criticare Systems) ที่สามารถชะลอเวลาเตือนภัยได้มากถึง 40 วินาที โดยอ้างว่าสิ่งนี้เป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักของผู้ป่วย ’ อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ. 2537 Nellcor ได้ปล่อย OxiSmart สู่ตลาดที่สามารถชะลอเวลาเตือนภัยออกไปกว่า 60 วินาที(จากการศึกษาจริงแล้วๆ พบว่า สามารถหยุดได้นานกว่านั้น)
|
| >กลับไปข้างบน |
|
NELLCOR
ความเชื่อ |
ความจริง |
เล่ห์กลต่างๆ ของ Nelcor เป็นการแข่งขันที่ยุติธรรมในตลาดการค้า |
- ในคดีฟ้องร้องการค้าผูกขาดระหว่างรัฐบาลกลางสหรัฐกับ Nellcor (การอุทธรณ์อยู่ระหว่างการพิจารณา) คณะลูกขุนและผู้พิพากษาตัดสินว่า Nellcor ได้ทำธุรกิจแบบผูกขาดซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายต่อต้านการทำธุรกิจผูกขาดของ Sherman และ Clayton
|
| |
|